เมื่อฟุตบอล ... อาจไม่จบลงพร้อมเสียงนกหวีด
ทุกครั้งที่ทีมชาติอังกฤษลงสนาม ทั้งประเทศแทบหยุดหายใจเพื่อเฝ้าดูผลการแข่งขัน แต่ในเวลาเดียวกัน มีอีกหลายครอบครัวที่ไม่ได้ลุ้นเพียงผลแพ้ชนะ หากกำลังลุ้นว่า ค่ำคืนนี้จะจบลงโดยไม่มีการทะเลาะ ไม่มีเสียงร้องไห้ และไม่มีใครต้องตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงในบ้าน
ภาพเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ เพราะประเทศอังกฤษมีการติดตามข้อมูลผลกระทบทางสังคมในช่วงฟุตบอลโลกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2018 และพบว่า ทุกครั้งที่ทีมชาติอังกฤษลงแข่งขัน อัตราความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึง 25% ปัจจัยสำคัญไม่ได้เกิดจากฟุตบอลโดยตรง แต่เป็นผลจากหลายเงื่อนไขที่ซ้อนทับกัน ทั้งทัศนคติชายเป็นใหญ่ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการพนันทายผลฟุตบอล ซึ่งเมื่อมาบรรจบกันในคืนแห่งการแข่งขัน ก็อาจกลายเป็นชนวนให้ความขัดแย้งที่สะสมอยู่เดิมปะทุขึ้น
"นายธนากร คมกฤส" เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน อธิบายว่า รากสำคัญของความรุนแรงในครอบครัวคือความคิดว่าตนมีอำนาจเหนือคนอื่น จึงสามารถกระทำต่อคนในครอบครัวอย่างไรก็ได้ ข้อมูลการแจ้งเรื่องร้องทุกข์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ระบุว่า ในแต่ละปีมีการแจ้งเหตุความรุนแรงในครอบครัวประมาณ 4,500 เหตุ หรือคิดเป็นผู้ถูกกระทำราว 42 คนต่อวัน และประมาณ 80% ของผู้ลงมือกระทำเป็นผู้ชาย
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ความรุนแรงไม่ได้เกิดขึ้นจากอารมณ์ชั่ววูบเพียงอย่างเดียว แต่มีรากอยู่ในโครงสร้างอำนาจและทัศนคติที่ฝังอยู่ในครอบครัวและสังคม
“รากของปัญหาคือทัศนคติชายเป็นใหญ่ ส่วนการพนัน สุรา และยาเสพติด เป็นตัวเร่งให้ความรุนแรงปะทุได้เร็วขึ้น”
นอกจากทัศนคติดังกล่าวแล้ว แต่ละครอบครัวยังมีความเปราะบางแตกต่างกัน ทั้งฐานะทางเศรษฐกิจ สุขภาพกาย สุขภาพจิตของผู้ลงมือกระทำ ความขัดแย้ง การมีปากเสียง ความหึงหวง หรือการหย่าร้าง เมื่อปัจจัยเหล่านี้มาซ้อนทับกับการพนัน การดื่มสุรา หรือการใช้ยาเสพติด ความรุนแรงก็อาจเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็ว และหนักขึ้นกว่าเดิม
ช่วงฟุตบอลโลกจึงเป็นช่วงเวลาที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะอารมณ์การแข่งขัน ความคาดหวังจากผลพนัน และการดื่มสุรา อาจมารวมกันในคืนเดียว ฟุตบอลไม่ใช่ต้นเหตุของความรุนแรง แต่บรรยากาศของการแข่งขันอาจกลายเป็นฉากหลังที่ทำให้ปัจจัยเสี่ยงเดิมในครอบครัวปะทุขึ้น
“ฟุตบอลควรสร้างความสุข แต่เมื่อมีการพนันและสุราเข้ามาเกี่ยวข้อง เกมที่จบในสนาม อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงในบ้าน”
ผลจากการพนันยังไม่ได้หยุดอยู่ที่คนเล่นเพียงคนเดียว มีการประเมินว่า ผู้ที่เล่นพนันจนเกิดปัญหา 1 คน สามารถสร้างผลกระทบแบบโดมิโนไปยังคนรอบข้างได้ถึง 8 คน หรือในอัตราส่วน 1:8 คนเหล่านั้นอาจเป็นคู่ชีวิต ลูก พ่อแม่ พี่น้อง หรือคนใกล้ชิดที่ไม่เคยลงเดิมพันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“การพนันไม่ได้ทำให้เจ็บคนเดียว แต่มีคนอีก 8 คนที่ต้องรับผลไปด้วย ทั้งที่พวกเขาไม่ได้เล่นพนัน”
ภาพของ Domino Effect 1:8 จึงไม่ใช่เพียงตัวเลข แต่คือภาพของหนี้สินที่ลามไปทั้งบ้าน ความเครียดที่ส่งต่อถึงลูก ความสัมพันธ์ที่แตกร้าว และความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสถานที่ซึ่งควรปลอดภัยที่สุด นั่นคือครอบครัว
นายธนากรเห็นว่า ภาครัฐควรให้ความสำคัญกับการลดผลกระทบจากการพนันอย่างจริงจัง ทั้งการจัดตั้งหน่วยบริการให้คำปรึกษาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ การทำงานเชิงรุกด้านการรณรงค์ การวิจัย และการให้คำปรึกษา รวมถึงการรื้อฟื้นบริการสายด่วนเลิกพนัน ซึ่งในอดีตสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเคยสนับสนุนงบประมาณให้ดำเนินงาน ก่อนจะถูกยกเลิกไป
อีกบทบาทหนึ่งที่ไม่ควรถูกมองข้าม คือสื่อผู้ได้รับสิทธิถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็น JAS, TrueVisions, PPTV, AIS PLAY หรือไทยรัฐทีวี เพราะสื่อเหล่านี้เข้าถึงผู้ชมจำนวนมากในช่วงเวลาที่อารมณ์ร่วมกับการแข่งขันสูงที่สุด จึงควรร่วมกันผลิตและเผยแพร่สื่อรณรงค์ ไม่ปล่อยให้การรับชมกีฬากลายเป็นทางผ่านไปสู่การพนัน หรือกลายเป็นปัจจัยสนับสนุนความรุนแรงในครอบครัว
“ผู้ถ่ายทอดสดกีฬาไม่ควรมีหน้าที่เพียงส่งภาพการแข่งขัน แต่ควรช่วยสื่อสารด้วยว่า กีฬาไม่ควรถูกใช้เป็นทางผ่านไปสู่การพนันและความรุนแรงในครอบครัว”
การสื่อสารสั้น ๆ ระหว่างการแข่งขัน การผลิตสปอตรณรงค์ หรือการชวนให้ผู้ชมเชียร์อย่างมีสติ อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้ทันที แต่ช่วยทำให้สังคมมองเห็นว่า การพนันฟุตบอลไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของคนเล่น หากเป็นปัญหาที่สามารถกระทบคนทั้งบ้าน
เพราะเมื่อเสียงเชียร์ในสนามดังขึ้น สิ่งที่สังคมควรถามไม่ใช่เพียงว่าใครจะชนะ แต่ควรถามด้วยว่า จะทำอย่างไรให้ทุกครอบครัวผ่านค่ำคืนแห่งการแข่งขันไปอย่างปลอดภัย
ฟุตบอลควรจบลงพร้อมเสียงนกหวีด
แต่ความรุนแรงในครอบครัวไม่ควรเริ่มต้นขึ้นหลังเกมจบ
.
ส่วนหนึ่งจากเวทีเสวนา "เมื่อพนันฟุตบอลทำร้ายครอบครัว ใครจะช่วยเซฟ?" เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โรงแรมทีเค พาเลซ ถนนแจ้งวัฒนะ จัดโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ มูลนิธิรณรงค์หยุดพนัน